งานพัสดุ

หัวหน้างานพัสดุ

เจ้าหน้าที่พัสดุ

มีหน้าที่
        ๑ การบริหารงานพัสดุและทรัพย์สิน
          ๑.๑ การจัดซื้อ จัดจ้าง
๑.๒ การจัดทำบัญชีวัสดุและทะเบียนครุภัณฑ์
๑.๓ การบำรุงรักษาพัสดุและการปรับซ่อม
๑.๔ การตรวจสอบพัสดุประจำปี และการจำหน่ายพัสดุ
๑.๕ การจัดทำทะเบียนที่ราชพัสดุ
        ๒ การวางแผนพัสดุ
                   ๒.๑ วิเคราะห์ประมาณการว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเป็น หนึ่งเดือน สามเดือน หกเดือน หรือ หนึ่งปีงบประมาณ โดยการกำหนดว่าแต่ละงาน แต่ละฝ่าย แต่ละกลุ่ม และหน่วยงาน มีความต้องการพัสดุอะไร จำนวนเท่าใด ปริมาณเท่าใด ต้องการใช้งานในระยะเวลาไหน
                   ๒.๒ วิเคราะห์แผนงาน โครงการของหน่วยงานซึ่งจะแจงรายละเอียดว่าแต่ละฝ่าย แต่ละกลุ่ม
ในสังกัดหน่วยงานมีความต้องการพัสดุอะไร ได้รับงบประมาณจำนวนเท่าใดและรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
                   ๒.๓ วิเคราะห์สถิติการเบิกจ่ายพัสดุ การนาพัสดุไปใช้งานของแต่ละฝ่าย แต่ละกลุ่ม ซึ่งสถิติการเบิกจ่ายสามารถนามาคำนวณปริมาณ ความต้องการพัสดุ แต่ละประเภท ชนิดทาให้ทราบความต้องการ พัสดุที่นำมาใช้งานที่แท้จริงของพัสดุแต่ละประเภท ชนิด ในแต่ละช่วงเวลาหนึ่ง หรือในปีงบประมาณจำนวนเท่าใด
                   ๒.๔ พิจารณากำหนดความต้องการ ซึ่งอาจมาจากแผนงานหลักของหน่วยงาน หรือแผนปฏิบัติการประจำปีหรือแผนจัดหาพัสดุ ครุภัณฑ์ทดแทน
                   ๒.๕ จัดทำใบคำขอ แบบพิมพ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือบันทึกขอเบิกพัสดุเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน
                   ๒.๖ กำหนดจำนวนอย่างสูง อย่างต่ำของพัสดุที่ควรมีแต่ละรายการพัสดุ โดยเมื่อพัสดุมีจำนวนลดลงจนถึงระดับที่กำหนดจะเป็นสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าถึงเวลาที่ต้องจัดซื้อเพิ่มเติม
                   ๒.๗ วิเคราะห์ผลตรวจสอบพัสดุคงเหลือประจำปี เพื่อพิจารณาว่าพัสดุที่มีอยู่จริงกับที่บันทึกไว้ในบัญชีหรือทะเบียนตรงกันหรือไม่ เพื่อทราบจำนวนที่ต้องการซื้อที่แท้จริง
                   ๒.๘ รวบรวมข้อมูลจากบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนจัดซื้อสำหรับการจัดซื้อวัสดุประเภทใหม่ หรือวัสดุที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานพิเศษจัดทำแผนและนาแผนเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารสถานศึกษา
        ๓ การกำหนดแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ หรือสิ่งก่อสร้าง
                   ๓.๑ กรณีที่เป็นการจัดหาจากเงินงบประมาณ ต้องใช้ตามแบบที่กำหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี
                   ๓.๒ กรณีที่เป็นการจัดหาจากเงินอื่นให้พิจารณาจากแบบมาตรฐานก่อน หากไม่เหมาะสมก็ให้กำหนดตาม ความต้องการ โดยยึดหลักความโปร่งใสเป็นธรรม และเป็นประโยชน์กับทางราชการ
        ๔. การจัดหาพัสดุ
                   เป็นกระบวนการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุที่ต้องการ ประกอบด้วย วิธีการ การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงานจัดหา ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงแผนการจัดหาที่วางไว้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินการจัดหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยหน่วยงานผู้ใช้พัสดุได้รับพัสดุถูกต้องตามความต้องการ ในระยะเวลาที่เหมาะสมสามารถนาไปใช้ปฏิบัติงานตามแผนงาน โดยยึดหลักปฏิบัติดังนี้
                   - ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงิน (Value For Money) โดยในการจัดหาพัสดุต้องคำนึงถึงต้นทุนของพัสดุตลอดอายุการใช้งาน คุณภาพ และประโยชน์ระยะยาว
                   - ความโปร่งใส (Transparency) ต้องดำเนินการจัดหาพัสดุในแต่ละขั้นตอนอย่างเปิดเผย
มีหลักฐานการดำเนินงานชัดเจนเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
                   - ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness) ต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการจัดหาพัสดุ จัดหาพัสดุที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการมากที่สุด และมีการประเมินผลการจัดหาพัสดุประจำปีเพื่อปรับปรุงแก้ไข
                   - ความรับผิดชอบต่อผลสำเร็จของงาน (Accountability) ต้องรับผิดชอบในการดำเนินการจัดหาพัสดุ และทุกแผนงานที่ได้ใช้งบประมาณ ไปต้องมีการเปิดเผยข้อมูลในการจัดหาพัสดุแต่ละครั้ง ที่ได้ ดำเนินการ
จนได้พัสดุนั้นมาเพื่อประโยชน์ในการติดตามประเมินผลและตรวจสอบ
        ๕. การจัดพัสดุด้วยเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ
                   - ในการจัดหาพัสดุด้วยเงินงบประมาณต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยประเภทของพัสดุที่ดำเนินการจัดหาต้องเป็นไปตามหลักจำแนกประเภทรายจ่ายงบประมาณ และคำสั่งมอบอำนาจของ สพฐ.
                   - ในการจัดหาพัสดุด้วยเงินนอกงบประมาณจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ สพฐ. ว่าด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.๒๕๔๙ และประกาศ สพฐ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์อัตราและวิธีการนาเงินรายได้สถานศึกษาไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา การจัดทำพัสดุถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง ศึกษาธิการว่าด้วยการให้สถานศึกษารับจัดทำ รับบริการ รับจ้างผลิตเพื่อจำหน่าย  พ.ศ. ๒๕๓๓  มอบหมายให้
        ๖. การควบคุมดูแลบำรุงรักษาและจำหน่ายพัสดุ
                   การควบคุมพัสดุ ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งในระบบการบริหารพัสดุ โดยมีวัตถุประสงค์ ที่สำคัญ  ๒ ประการ
                   ๖.๑ ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึงจะต้องมีพัสดุตามความต้องการใช้งานให้เพียงพอตลอดเวลาไม่มากหรือน้อยเกินไป
                   ๖.๒ ความประหยัด (Economy) หมายถึง การเตรียมการเก็บพัสดุด้วยจำนวนที่น้อยที่สุด
แต่จะต้องให้การสนับสนุนในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือ การนาเอาไปใช้ได้ประโยชน์มากที่สุด
โดยไม่เก็บไว้มากๆ ให้เก็บในจำนวนที่พอดีให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวดที่ ๓ ส่วนที่ ๒ ประกอบด้วยสาระสำคัญ ๓ ประการ
. การเก็บรักษาพัสดุ ข้อ ๑๕๑ - ๑๕๒
. การเบิกจ่ายพัสดุ ข้อ ๑๕๓ - ๑๕๔
. การตรวจสอบพัสดุประจำปี ข้อ ๑๕๕ - ๑๕๖
        ๗. การเก็บรักษา
                   - การเก็บรักษาพัสดุ เป็นการครอบครองและการเก็บรักษาพัสดุเพื่อการใช้ประโยชน์ในอนาคต ซึ่งได้แก่ การเตรียมการ และการวางแผนในการปฏิบัติต่อพัสดุที่จะรับเข้าการจัดวาง การเก็บรักษา กรรมวิธีในการเก็บรักษาและส่งพัสดุไปใช้ให้ผู้ใช้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๕๑ - ๑๕๒
                   - การจำหน่ายพัสดุเป็นการต่อยอดพัสดุออกจากบัญชีคุมโดยดำเนินการปลดพัสดุในความครอบครองของสถานศึกษาออกจากความรับผิดชอบ จะเกิดขึ้นเมื่อพัสดุในความครอบครอง ชำรุด เสื่อมสภาพ ล้าสมัย สูญหาย หรือมีไว้เกินความต้องการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๕๗ – ๑๖๑
          ๘. ปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา